เมื่อPC บู๊ทเข้าระบบไม่ได้หรือช้ามาก และเวลาทำงานมักจะค้างบ่อย เป็ยเพราะค่ารีจีสตรีของระบบปฏิบัติการเกิดความเสียหาย หรือผิดปกติ อาจจะเกิดจากโดนไวรัสโจมตี หรือการทำงานที่ผิดพลาดของผู้ใช้ แต่ค่ารีจีสตรสามารถเข้าไปแก้ไขได้ แต่ต้องมีความรู้อย่างดี มิฉะนั้นการแก้ไขอาจจะกลายเป็นการทำลาย PC ของเราได้ แต่มีโปรแกรมที่จะช่วยให้การแก้ไขค่ารีจีสตรีทำได้ง่ายๆ
1. CCleaner ข้อดีคือจะบันทึกค่ารีจีสตรีก่อนที่จะทำการแก้ไข จะช่วยให้เราสามารถนำค่าที่บันทึกกลับมาปก้ไขได้ ถ้าเกิดความผิดพลาดในการแก้ไข
ระดับการแก้ไข้ค่ารีจีสตรีอยู่ในระดับกลาง คือแก้ไขค่าแบื้องต้น
2. Comodo system utilities มีเครื่องมื่อช่วยให้ PC ทำงานราบรื่น นอกเหนือจากการแก้ไขค่ารีจีสตรี และการแก้ไขค่ารรีจีสตรียังทำได้ในระดับลึกกว่า CCleaner และยังสามารถใช้งานได้ฟรี สิ่งที่สำคัญในการแก้ไขค่ารีจีสตรีคือ การทำแบ๊คอัพไว้ก่อน เพื่อจะนำมากู้ใหม่ได้ถ้าการแก้ไขเกิดข้อผิดพลาด
3. Tweaknow Regcleaner สามารถใช้ได้กับ Windows XP,Vista และ 7 แต่การแก้ไขค่ารีจีสตรีอยู่ในระดับไม่่ลึกเท่า Comodo แต่การทำงานที่รวดเร็วและสำหรับนักเล่นเกมส์จะเหมาะเป็นอย่างยิ่ง สามารถทำความสะอาดค่ารีจีสตรีที่เกี่ยวกับ Web Browser,Windows temporary files,การใช้งาน ChromeและFirefox,ช่วยปรับแต่งWindowsและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานระบบเครื่อข่าย
4. Wise Registry Cleaner Free มีฟังค์ชั่นที่จะช่วยให้สามารถ restoreค่ารีจีสตรีกลับไปยังจุดที่ตั้งไว้ได้โดยง่าย ซึ่งสะดวกกว่าการกู้ค่ารีจีสตรีของโปรแกรมอื่น และมีเครื่องมือเพิ่มเติมอื่นๆอีก เช่น registry defrag,schedule of task,registry backup และให้การสนับสนุนทางเทคนิคที่ฟรี และยังเปิดให้สามารถเข้าไปแก้ไขค่ารีจตรี ได้ด้วยตัวเราเอง
5. AML Registry cleaner มีฟังค์ชั่นสนับสนุนการทำงานเช่น keyword search,startup application,junk file remove สามารถค้นหาและแก้ไขค่ารีจีสตรีที่โปรแกรมอื่นหาไม่เจอ แต่ทำงานในระดับเบื่องต้นเท่านั้น
นี่คือ 5 โปรแกรมแก้ไขรีจีสตรี ที่ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศแนะนำมา ซึ่งมีโปรแกรมแก้ไขค่ารีจีสตรีมากกว่านี้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้ใช้แต่ละรายจะเลือก
http://www.techrepublic.com/blog/five-apps/five-free-windows-registry-cleaners-to-keep-your-system-running-smoothly/1236
Thursday, November 15, 2012
Wednesday, November 14, 2012
10 สิ่งที่ควรทำก่อนเกิดภัยพิบติ
การใช้งานPCหรือLaptop เรามักจะให้ความสนใจภัยที่จะเกิดจากไวรัสกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังมีอันตรายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่จะทำลาย PCหรือLaptop เช่นภัยจากฟ้าผ่าหรือน้ำท่วม ซึ่งไม่ได้เกิดบ่อยๆ เราจึงละเลยกัน แต่มันสร้างปัญหาให้เราอย่างมาก โดยเฉพาะกับข้อมูลต่างๆของเรา 10ข้อนี้จะช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาที่จะเกิดจากภัยพิบัติได้
1. Get a good battery backup หรือการมีเครื่องสำรองไฟที่ดี จะช่วยให้ PCหรือLaptop ไม่เสียหายเมื่อเวลาไฟฟ้าดับ จะทำให้มีเวลาในการSaveงานต่างๆที่กำลังทำค้่งไว้ได้
2. Start creating nightly backups ไม่มีการแบ็คอัพข้อมูล คือความเลวร้ายอย่างยิ่งที่จะสุญเสียข้อมูลเมื่อเกิดภัยพิบัติ การเตรียมรับมือก่อนจะเกิดภัยพิบัติคือการแบ็คอัพข้อมูลเป็นประจำ โดยเฉพาะควรจะแบ็คอัพข้อมูลไว้ภายนอก PCหรือLaptop เมื่อเกิดภัยพิบัติจะได้นำข้อมูลที่แบ็คอัพไ้ว้กลับมากู้ได้
3. Start creating weekly full images หนึ่งในวิธีแบ็คอัพข้อมูลคือทำให้เป็น images ซึ่งสะดวกและง่ายในการกู้ข้อมูลกลับมา การแบ็คอัพข้อมูลในรูปimages สามารถทำได้ทุกสัปดาห์
4. Document server and client applications ปัญหาหนึ่งในการกู้ข้อมูลคือ การเลือกใช้โปรแกรมกู้ข้อมูลที่เหมาะกับระบบปฏิบัติการของ PCหรือLaptop และโปรแกรมกูข้อมูลก็ต้องสัมพันธ์กับรูปแบบของข้อมูลที่เก็บไว้ด้วย
5. Check the status of RAIDS arrays เทคโนโลยี RAID คือการนำ hard disk 2ตัวมาต่อพ่วงกันแต่ทำให้เป็นเหมือนตัวเดียวกัน ดังนั้นการตรวจสอบสถานะของRAID ว่ายังทำงานปกติหรือไม่หรือมีจุดเสียหายอะไรบ้าง ซึ่งจะส่งผลต่อการสูญหายของข้อมูล
6. Rotate backups offsite ถ้าคุณมีเงินมากพอผู้เชี่ยงชาญแนะนำว่า ควรจะมี harddisk external 3ตัว เพื่อการใช้งานประจำ,เพื่อการเก็บไว้ใน fireproof safe,และเพื่อการเก็บไว้ภายนอกอีกหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่แบ็คอัพไว้ จะไม่สูญหายไป
7. Document the network การแบ็คอัพข้อมูลในระบบเครื่อข่าย จะง่ายต่อการกู้กลับมา และผู้ใชคนอื่นก็สามารถที่จะเข้ามากู้ข้อมูลได้ เมื่อสามารถเซ็ตระบบเครื่อข่ายได้ สิ่งที่สำคัญคือ รู้ว่าเก็บข้อมูลอะไรไว้ ที่ไหน อย่างไร และจะสามารถ เข้าถึงข้อมูลได้อย่างไร
8. Have an offsite failover for your web site
9. Relocate your software offsite ถ้าคุณใช้โปรแกรมที่มีลิขสิขธ์ เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ จะเป็นการดีที่ควรจะใช้โปรแกรม open software เพื่อการกู้ข้อมูลกลับมาก่อน แล้วค่อยติดตั้งโปรแกรมที่มีลิขสิทธฺของคุณ
10. Develop a solid recovery plan การวางแผนเพื่อรับมือกับภัยพิบัติก่อนที่จะเกิด จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดภัยพิบัติได้เป็นอย่างดี คือรู้ว่าเมื่อเกิดเหตุแล้วจะต้องทำอะไรก่อน หลังจากนั้นจะต้องทำอะไรในลำดับถัดไป เพื่อให้การกู้ข้อมูลหรือการแก้ไขต่างๆทำได้อย่างเหมาะสม
ข้อปฏิบัติเหล่านี้เป็นการแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ ซึ่งใช้ในบ้านเขา แต่เราสามารถนำมาเพื่อเป็นแนวทางปรับใช้ให้เหมาะสมกับเราเองได้
Tuesday, October 16, 2012
เทคนิคที่ควรรู้ในการแก้ไข Windows registry อย่างปลอดภัย
Windows registry เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดกับ PC แต่ก็สามารถสร้างปัญหาได้เช่นกัน
การแก้ไข Windows registry ที่ผิด จะทำให้เกิดปัญหาต่อการใช้งาน PC ดังนั้นเมื่อจะแก้ไข Windows registry ควรทำด้วยความระมัดระวัง เพื่อจะไม่ทำให้การแก้ไขWindows registry ไมทำให้เกิดปัญหา เทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้ไม่เกิดปัญหาต่อการแก้ไขได้
1. Backup Windows registry
ก่อนที่จะแก้ไขWindows registry ควรจะทำการ Backup Windows registry ก่อน เพื่อเลาแก้ไขไปแล้วเกิดปัญหา เราสามารถที่จะนำเอาWindows registry ที่backupไว้นำมาใช้ได้
2. ใช้ Regedit Export/Import
หนึ่งวิธีที่ปลอดภัยคือการบันทึก registry key ก่อนที่จะทำการแก้ไข ซึ่งจะคล้ายกับการBackup แต่วิธีนี้เพืยงแค่บันทึกเฉพาะ registry key ที่ต้องการจะแก้ไขเท่านั้น ดังนั้นเมื่อแก้ไขแล้วแต่ยังมีปัญหา ก็จะสามารถจะนำเฉพาะ registry key ที่บันทึกไว้กลับมาใช้ใหม่ได้
3. ให้ความสนใจอย่างระมัดระวังต่อการแก้ไข registry
เมื่อคุณพบว่า PC ของคุณเกิดปัญหา และตรวจสอบแล้วว่าปัญหาที่เกิดมีต้นตอมาจาก registry key และต้องทำการแก้ไข registry key สิ่งที่สำคัญก่อนที่จะทำการแก้ไขหรือลบ registry keyนี้ ควรให้เวลาเพื่อทำการตรวจสอบว่าregistry keyที่ถูกต้องว่าต้องทำการแก้ไข และต้องตรวจเช็ครายละเอียดของregistry keyนี้ ให้แน่ใจว่าเป็นการแก้ไขที่ถูกต้อง
4. ใช้เครื่องมือที่จะค้นหาregistry key
ถ้าคุณไม่รู้ว่าregistry keyที่เป็นปัญหาและต้องทำการแก้ไข การค้นหาregistry keyด้วยตัวคุณเองอาจต้องใช้เวลา หรืออาจจะเกิดการผิดพลาดได้ ดังนั้นการใช้เครื่องมือในการค้นหา จะช่วยทำให้ค้นหาregistry key ที่ถูกต้องได้
http://www.techrepublic.com/blog/five-apps/five-tips-for-editing-the-windows-registry-safely/383
Sunday, August 5, 2012
เคล็ดลับที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่บนฮาร์ดดิสก์ของคุณ
1. เคลียร์ "application caches"
application caches จะสร้างข้อมูลเพื่อสำหรับใช้งานของโปรแกรมต่างๆ ซึ่งจะสร้างไว้ใน tempolary files เมื่อโปรแกรมต่างๆเริ่มทำงานก็จะสร้างข้อมูลเก็บไว้ หรือเมื่ออัพเดตโปรแกรมเป็นเวอร์ชันใหม่ ข้อมูลของเวอร์ชันเก่าจะยังอยู่ การเข้าไปเคลียร์ application caches จะช่วยเพิ่มพื้นที่บนฮาร์ดดิสก์ได้
2. ตรวจดูการทำงานที่ผิดปกติของฮาร์ดดิสก์ รวมถึงการอัพเดทของระบบปฏิบัติการ
การทำงานผิดปกติของฮาร์ดดิสก์และการอัพเดทของระบบปฏิบัติการ คือสาเหตุหนึ่งของข้อมูลขยะบนฮาร์ดดิสก์ CHKDSK จะช่วยสแกนหาความผิดปกติของฮาร์ดดิสก์ และช่วยแก้ไขความผิดปกติที่เจอ(แต่ควรจะแบ็คอัพข้อมูลต่างๆไว้ก่อน)
นอกจากจะตรวจสอบและแก้ไขความผิดปกติบนฮาร์ดดิสก์แล้ว แต่บางครั้งCHKDSK ไม่สามารถแก้ไขความผิดปกติบนฮาร์ดดิสก์ จะสร้างไฟล์เก็บไว้เช่น *.CHK เมื่อคุณแน่ใจว่าบันทึกข้อมูลสำคัญเก็บไว้แล้ว คุณสามารถลบ*.CHK files ได้ และคุณมองหา *.TMP files และ *.LOG files ซึ่งสามารถลบได้
เมื่อระบบปฏิบัติการณ์อัพเดทและทำการติดตั้งเวอร์ชั่นใหม่ด้วยตัวเอง Windows จะสร้าง folder ชื่อ Windows.old เมื่อแน่ใจว่าจะไม่ใช้ข้อมูลจากเวอร์ชั่นเก่าแล้ว สามารถลบไฟล์นี้ได้
3. Run Disk Cleanup
Windows มีเครื่องมืออันหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่ฮาร์ดดิสก์คือ Disk Cleanup จะค้นหาไฟล์ที่ไม่ต้องการและกำจัดออกจากระบบ
4. มองหาโปรแกรมที่ไม่ต้องการใช้งาน
PCใหม่จำนวนมากมักจะถูกติดตั้งโปรแกรมทดลองใช้งาน หรือpop up ต่างๆ โปรแกรมเหล่านี้จะทำให้พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ถูกใช้งานไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งสามารถกำจัดโปรแกรมเหล่านี้ โดยทำการUninstall โปรแกรมเหล่านี้ออกไป
อย่าลืมทำการDefrag จะช่วยจัดเรียงข้อมูลที่กระจัดกระจายจากการใช้งานให้เข้าที่ จะช่วยเพิ่มพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ และทำให้การค้นหาข้อมูลต่างๆทำได้ง่ายขึ้น
application caches จะสร้างข้อมูลเพื่อสำหรับใช้งานของโปรแกรมต่างๆ ซึ่งจะสร้างไว้ใน tempolary files เมื่อโปรแกรมต่างๆเริ่มทำงานก็จะสร้างข้อมูลเก็บไว้ หรือเมื่ออัพเดตโปรแกรมเป็นเวอร์ชันใหม่ ข้อมูลของเวอร์ชันเก่าจะยังอยู่ การเข้าไปเคลียร์ application caches จะช่วยเพิ่มพื้นที่บนฮาร์ดดิสก์ได้
2. ตรวจดูการทำงานที่ผิดปกติของฮาร์ดดิสก์ รวมถึงการอัพเดทของระบบปฏิบัติการ
การทำงานผิดปกติของฮาร์ดดิสก์และการอัพเดทของระบบปฏิบัติการ คือสาเหตุหนึ่งของข้อมูลขยะบนฮาร์ดดิสก์ CHKDSK จะช่วยสแกนหาความผิดปกติของฮาร์ดดิสก์ และช่วยแก้ไขความผิดปกติที่เจอ(แต่ควรจะแบ็คอัพข้อมูลต่างๆไว้ก่อน)
นอกจากจะตรวจสอบและแก้ไขความผิดปกติบนฮาร์ดดิสก์แล้ว แต่บางครั้งCHKDSK ไม่สามารถแก้ไขความผิดปกติบนฮาร์ดดิสก์ จะสร้างไฟล์เก็บไว้เช่น *.CHK เมื่อคุณแน่ใจว่าบันทึกข้อมูลสำคัญเก็บไว้แล้ว คุณสามารถลบ*.CHK files ได้ และคุณมองหา *.TMP files และ *.LOG files ซึ่งสามารถลบได้
เมื่อระบบปฏิบัติการณ์อัพเดทและทำการติดตั้งเวอร์ชั่นใหม่ด้วยตัวเอง Windows จะสร้าง folder ชื่อ Windows.old เมื่อแน่ใจว่าจะไม่ใช้ข้อมูลจากเวอร์ชั่นเก่าแล้ว สามารถลบไฟล์นี้ได้
3. Run Disk Cleanup
Windows มีเครื่องมืออันหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่ฮาร์ดดิสก์คือ Disk Cleanup จะค้นหาไฟล์ที่ไม่ต้องการและกำจัดออกจากระบบ
4. มองหาโปรแกรมที่ไม่ต้องการใช้งาน
PCใหม่จำนวนมากมักจะถูกติดตั้งโปรแกรมทดลองใช้งาน หรือpop up ต่างๆ โปรแกรมเหล่านี้จะทำให้พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ถูกใช้งานไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งสามารถกำจัดโปรแกรมเหล่านี้ โดยทำการUninstall โปรแกรมเหล่านี้ออกไป
อย่าลืมทำการDefrag จะช่วยจัดเรียงข้อมูลที่กระจัดกระจายจากการใช้งานให้เข้าที่ จะช่วยเพิ่มพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ และทำให้การค้นหาข้อมูลต่างๆทำได้ง่ายขึ้น
Wednesday, June 13, 2012
10ข้อปฏิบัติที่ควรจะทำเมื่อใช้งานWindows
เมื่อคุณเริ่มใช้งานPCใหม่ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือท่ทำงานของคุณ เพื่อให้การใช้งานWindowsของคุณ ใช้งานง่าย,สะดวกและรวดเร็ว 10ข้อหรือวิธิการนี้ จะช่วยให้การให้การใช้งานWindowsของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อมูลจาก
http://www.techrepublic.com/blog/window-on-windows/10-things-you-should-still-do-to-every-windows-pc/4681?tag=nl.e101
- เตรียมตัวสำหรับการใช้งานอินเตอร์เน็ต สิ่งที่ควรจะเตรียมก่อนคือระบบรักษาความปลอดภัย สำหรับป้องกัน ไวรัส,เวิร์ม,โทรจันและภัยคุกคามออนไลน์ต่างๆ ในองค์กรใหญ่ก็จะจัดระบบรักษาความปลอดภัยออนไลน์ไว้ดีแล้ว แต่ในองค์กรเล็กหรือการใช้งานที่บ้านมักจะละเลย การจัดหาระบบรักษาความปลอดภัยออนไลน์
- การตั้งค่าหน้าจอต่าง เมื่อเราทำงานอยู่กับPCที่เราใช้ การปรับค่าหน้าจอหรือDesktopเป็นสิ่งสำคัญ การตั้งค่าให้เหมาะสมกับสายตาของเรา เช่นการปรับความเข้ม,ความสว่าง,ภาพพื้นหลังและขนาดของไอคอน เพราะเราต้องใช้งานอยู่กับเครื่องPCนั้นเป็นประจำ จะทำให้เราใช้งานPCได้โดยไม่มีปัญหากับสายตา
- รู้จักโครงสร้างของไฟล์ ระบบปฏิบัติการณ์Windowsประกอบด้วยไฟล์จำนวนมากซึ่งมีโครงสร้างแตกต่างกัน เช่น system files,file extension ไฟล์เหล่านี้ส่วนใหญ๋จะเป็นไฟล์ซ่อน แต่เราสามารถดูได้ด้วยแก้ในFolder Option ถ้าเราต้องการจะลบไฟล์จะได้ไม่ไปลบไฟล์ของระบบ
- การตั้งค่าscreen solution,HzและDPI เมื่อได้จอ(monitor)ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นLCDหรือCRTการตั้งค่าให้เหมาะสม จะทำให้ตาของคุณไม่มีปัญหาเมื่่อใช้งานนานๆ สำหรับLCDจะปรับค่าต่างๆด้วยตัวเอง แต่จอCRT 17" ค่าที่ตั้งมาจะอยู่ที่ 60Hz แต่แนะนำให้ตั้งไปที่ 85HZ ค่าDPIที่ตั้งมาคือ 96DPI แต่ถ้าค่า screen solution มากกว่า 1024*768 แนะนำให้ใช้ 120DPI
- การละทะเบียนผู้ใช้Windows จะช่วยให้คุณสอบถามปัญหาหรือได้รับการปรับปรุงWindowsใหม่ๆที่ออกมา
- การบันทึกเว็บลิ้งค์ ที่คุณใช้งานบ่อยหรือต้องการกลับไปใช้งานใหม่ สามารถเก็บลิ้งค์ที่ต้องการได้ที่ FavoritesssหรือBookmark
- ติดตั้งโปรแกรมเสริม โปรแกรมที่คุณต้องการใช้งาน เช่น Office,ACDsee,winamp,Neroและโปรแกรมอื่นๆที่จะช่วยให้คุณทำงานได้
- ตั้งอีเมล์และโฮมเพจของคุณ
- ติดตั้งโปรแกรมPower Toys จะช่วยให้การปรับแต่งWindowsบางอย่างทำได้ง่าย
- Save Systemและregistry เมื่อติดตั้งwindowsและโปรแกรมเสริม พร้อมปรับค่าต่างๆเสร็จแล้ว ก่อนจะเริ่มใช้งาน ควรที่จะBackup SystemและRegistry ไว้เพื่อในอนาคตมีปัญหาสามารถrestore กลับไปค่าที่บันทึกไว้
ข้อมูลจาก
http://www.techrepublic.com/blog/window-on-windows/10-things-you-should-still-do-to-every-windows-pc/4681?tag=nl.e101
Sunday, June 3, 2012
ปิดการใช้งาน AUTORUN
AUTORUN เป็นคุณลักษณะหนึ่งของ Windows ประโยชน์ของ AUTORUN คือเมื่อเรานำแผ่น CD,DVD หรือ USB thumb drives ใส่หรือเชื่อมต่อกับPC Windowsจะเปิดใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้นอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องเข้าไปเปิดใช้งานเอง แต่ผลเสียที่มีของAutorunก็มี คือจะเป็นช่องทางที่virusหรือmalwareจะเข้าสู่PCของเรา โดยเฉพาะกับ USB thumb drives ซึ่งเราทุกคนมีใช้กัน ถ้าจะเปรียบเทียบกันแล้วข้อเสียของAUTORUNจะส่งผลมากกว่าข้อดี เรามาปิดหรือยกเลิกการใช้AUTORUNกันดีกว่า
การปิดการใช้งานAUTORUNในWindows XP
- คลิ๊ก Start เลือก Run
- พิมพ์ gpedit.msc
- ในหน้ต่าง Group Policy เลือก User Configuration-Administrative Tamplates-System
- ในช่องด้านขวาเลือก Turn off Autoplay
- คลิ๊กขวาเลือกProperties-Enabled
- Turn off autoplay on:All drives
- Apply-OK
เราก็จะปิดการใช้งานAUTORUN ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้Virusหรือmalwareแพร่เข้าสู่เครื่องคอมของเราได้
การปิดการใช้งานAUTORUNในWindows XP
- คลิ๊ก Start เลือก Run
- พิมพ์ gpedit.msc
- ในหน้ต่าง Group Policy เลือก User Configuration-Administrative Tamplates-System
- ในช่องด้านขวาเลือก Turn off Autoplay
- คลิ๊กขวาเลือกProperties-Enabled
- Turn off autoplay on:All drives
- Apply-OK
เราก็จะปิดการใช้งานAUTORUN ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้Virusหรือmalwareแพร่เข้าสู่เครื่องคอมของเราได้
Tuesday, May 22, 2012
การใช้งานของโปรแกรม CCleaner
เปิดการทำงานของโปรแกรม CCleaner แล้วกดปุ่ม Analyze โปรแกรมจะทำการวิเคราะห์ และแสดงประวัติการใช้อินเตอร์เน็ต กดปุ่ม Run Cleaner เพื่อลบประวัติการใช้อินเตอร์เน็ต
คุณสามารถที่จะเลือกลบหรือไม่ลบข้อมูลการใช้อินเตอร์เน็ตของBrowser หรือ โปรแกรมอื่นๆ โดยการเลือก taps "Applications" แล้วแลือกเฉพาะที่คุณต้องการจะลบ
Registry คุณสามารถใช้ฟังค์ชั่นนี้เพื่อแก้ไขค่าRegistry กดปุ่ม Scan for Issues จะค้นหาค่าRegistryที่เสียหาย เมื่อทำการค้นหาค่าRegistryที่เสียหาย โปรแกรมจะถามเพื่อบันทึกค่าRegistryเก่าก่อนที่จะทำการแก้ไข เมื่อกดปุ่ม Fix selects issues
Startup ในToolsจะแสดงโปรแกรมที่จะRunเมื่อเปิดเครื่อง และคุณจะสามารถเลือกว่าจะให้โปรแกรมไหนRunหรือไม่Run เมื่อเปิดเครื่อง
System Restore จะแสดงSystem Restore points ซึ่งจะมีวันเวลาและรายละเอียดของSystem Restore points ซึ่งคุณสามารถเลือกที่จะลบSystem Restore pointsได้
Settings ในOptionsจะช่วยให้คุณตั้งค่าการทำงานของโปรแกรมได้
Download CCleaner
Saturday, April 14, 2012
พื้นฐานคอมพิวเตอร์10ข้อ ที่ควรรู้ก่อนใช้งาน
ความรู้เบื้องต้นคอมพิวเตอร์10อย่างนี้ จะช่วยให้การใช้งานคอมพิวเตอร์ของคุณ มีประโยชน์มากกว่าแค่การ พิมพ์งาน,เปิดอินเตอร์เน็ต,เล่นเกมส์หรือดูหนังฟังเพลง
1:Search engine
Search engine หรือเครื่องมือช่วยการค้นหาข้อมูล,สินค้าหรือสิ่งอื่นๆ ที่มีในอินเตอร์เน็ตได้ เช่น google แต่ถ้าเรารู้จักทริปหรือเทคนิคต่าง ๆ ที่มีอยู่ใน Search engine ก็จะช่วยให้เราค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างใกล้เคียงหรือถูกต้อง ในเวลาอั้นสั้น
2:World processing
World processing เป็นการใช้งานคอมพิวเตอร์ที่เก่าแก่ที่สุด แต่ก็ยังมีความสำคัญต่อการใช้คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันนี้ แต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะใช้งานกันเพียงแค่พิมพ์งานกันอย่างเดียว แต่ถ้าเราเรียนรู้ฟังค์ชั่นที่มีอยู่ใน World processing ก็จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้งาน ได้มากกว่าแค่การพิมพ์งาน
3:Spread sheets
Spread sheets ถูกนำมาใช้งานในคอมพิวเตอร์ตั้้งแต่ปี 1980 เช่นเดียวกับ World processing ถ้าเรารู้จักฟังค์ชั่นที่มีอยู่ใน Spread sheets เราก็จะสามารถใช้งาน ได้มากกว่าแค่ทำเป็นตารางบันทึกข้อมูล
4:Browser basics
การใช้งานอินเตอร์เน็ตที่เราทำกันเป็นประจำคือ การเปิด Browser ต่างๆขึ้นมา เช่น Internet Explorer,Mozilla FirefoxหรือGoogle Chrome แต่ส่วนใหญ่แล้ว เราไม่เคนใช้งานหรือรู้ว่ามีเทคนิคหรือทริปซ่อนอยู่ในBrowser เช่นBookmark,editing URL,การลบประวัติการใช้อินเตอร์เน็ต หรือรู้ถึงข้อความเตือนต่างๆที่ปรากฏขึ้นมา จะช่วยให้เราได้ประโยชน์และความปลอดภัย จากการท่องอินเตอร์เน็ตได้อย่างมาก
5:Virus/malware Scanning
การใช้งานโปรแกรมแอนตี้ไวรัสหรือเครื่องมืออื่นๆ ที่ช่วยสแกนค้นหา virus,mal ware,spy ware หรือโค้ดคำสั่งต่างๆที่จะเป็นอันตรายกับคอมพิวเตอร์ของเรา ซึ่งถ้าเราเข้าใจวิธีการทำงาน หรือรู้ถึงสัญญาณที่โปรแกรมแอนตี้ไวรัสต่างเตือนเวลาสแกนเจอไวรัส จะช่วยให้การกำจัดไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
6:Common keyboard commands
ส่วนใหญ่แล้วเราจะใช้mouseในการใช้งานคอมพิวเตอร์ เช่น copy/paste แต่ถ้าเราเรียนรู้การใช้งานบนkey board แทนการใช้mouse หรือคำสั่งลัดต่างๆ จะช่วยให้การทำงานคอมพิวเตอร์ของเรา จะสะดวกรวดเร็วและทำให้เราดูเหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญการใช้คอมพิวเตอร์ มากกว่าการแค่ใช้mouse
7:Basic hardware terminology
การเข้าใจคำศัพท์พื้นฐานของฮาร์ดแวร์ จะช่วยให้เราเรียนรู้ และเข้าใจกระบวนการทำงานของคอมพิวเตอร์ เช่น แรม,ฮาร์ดดิสก์,ซีพียูหรือโมเด็มเป็นต้น การที่เราเรียนรู้ศัพท์พื้นฐานของฮาร์ดแวร์ ในบางครั้งจะช่วยให้เราสามารถแก้ไขปัญหาเบื้องต้นที่เกิดกับคอมพิวเตอร์เองได้
8:Simply networking diagnosis
ปัญหาที่เกิดขึ้นในการใช้งานระบบเครือข่าย เกิดกับผู้ใช้ทุกคนโดยเฉพาะกับผู้ใช้ที่ไม่เข้าใจระบบเครือข่าย ดังนั้นการที่เราเข้าใจการทำงานของระบบเครือข่าย จะช่วยให้เราทำงานกับะรบบเครือข่ายได้อย่างดี และสามารถแก้ไขปัญหาเบื้องต้นที่เกิดขึ้นกับระบบเครือข่ายได้เอง เช่น การตรวจสอบ IP Addres,logical networking หรือ network traffic เป็นต้น
9:How to hook it up
อุปกรณ์ต่างๆที่จะใช้ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ จะมีสีที่บ่งบอกชัดเจน หรือช่องที่ใช้เสียบที่เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละอุปปกรณ์ ซึ่งถ้าเราสังเกตหรือทำความเข้าใจ จะช่วยให้การต่อพ่วงอุปกรณ์กับคอมพิวเตอร์นั้นงานและสามารถทำได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งใคร
10:Security/privacy
การรักษาความปลอดภัยหรือข้อมูลส่วนตัวของเราในการใช้งานคอมพิวเตอร์และการใช้อินเตอร์เน็ต เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง พฤติกรรมการใช้งานโดยเฉพาะกับอินเตอร์เน็ต เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง การที่จะเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ใดหรือการคลิ๊กลิ้งค์ใดๆ ต้องพึ่งระลึกว่าอาจนำไปสู่การโดนขโมยข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญของเรา เช่น หมายเลขบัตรเครดิต,บัญชีธนาคารหรือข้อมูลที่มีค่าอื่นๆ
ความรู้เบื้องต้นเหล่านี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เราควรจะเรียนรู้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานคอมพิวเตอร์ แต่ยังมีความรู้อีกหลายอย่างที่เราควรจะเรียนรู้เพิ่มเติม
http://www.techrepublic.com/blog/10things/10-things-you-have-to-know-to-be-computer-literate/3028
by Justin James
Subscribe to:
Posts (Atom)






